แพ้ท้อง เพศหญิงควรรู้ไว้

มนุษย์เรานั้น ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อสืบพันธ์ุ และก็การมีท้อง ก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนที่เป็นเพศเมีย

ต้องปฏิบัติภารกิจท้องถึง 9 เดือน แล้วก็สัญญาณที่แสดงว่ากำลังมีครรภ์ จะมีลักษณะอาการแพ้ท้องเป็นอาการที่พบมากในคนที่ตั้งท้องอ่อนๆข้างใน 3 เดือนแรก ส่วนมากอาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้น
เมื่อรอบเดือนขาดไปราว 2 อาทิตย์ หากจะนับอายุท้องก็ราว 6 อาทิตย์ อาการแพ้ท้องนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆและก็จะแพ้หนักที่สุดในตอนอาทิตย์ที่ 9
เมื่อพบว่าอาการจะเริ่มดียิ่งขึ้นและไม่ได้หายไปในทันทีเมื่อครบ 9 อาทิตย์หรือ 3 เดือน แถมแม่โดยส่วนมากจะหายแพ้ในตอนอาทิตย์ที่ 14 แม้กระนั้นก็มีม่าม้าบางบุคคลที่มีลักษณะแพ้ท้องไปจนกระทั่งคลอด รวมทั้งบางบุคคลก็แทบจะไม่มีอาการแพ้ท้องเลย ซึ่งก็นับว่าเป็นอาการธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ ก็เนื่องจากว่ามูลเหตุมาจากจาก
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของแต่ละคนแตกต่างกันนั่นเอง ส่วนในระดับการแพ้ท้องนั้นจะต้องรอดูเพราะว่าถึงกับขนาดที่เรียกว่าแตกต่างจากปกติหรือเปล่า เพราะเหตุว่าบางทีอาจเป็นต้นเหตุของอาการต่างๆดังนี้
แล้วก็อาการแพ้แตกต่างจากปกติ เป็นให้ท่านแม่พิจารณาตนเอง หากถ้าหากน้ำหนักลดจากก่อนท้อง 4-5 กิโลกรัม ขึ้นไป รับประทานอะไรมิได้เลย ดื่มแม้กระนั้นน้ำก็ยังอ้วก ควรจะไปพบสูติแพทย์ที่ฝากครรภ์ เนื่องจากถ้าหากปลดปล่อยไว้จะมีผลกระทบเป็นร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ระบบต่างๆภายในร่างกายผันแปร บางทีอาจถึงกับขนาดไตวายได้ ตรงจุดนี้พวกเราน่าจะใคร่ครวญเป็นพิเศษ
ในตอนช่วงเวลาของการแพ้ท้องรวมทั้งตัวของแม่ที่ทานอาหารมิได้ ร่างกายจะไม่มีพลังงานก็จะดึงเอาไขมันที่มีอยู่ภายในร่างกายมาใช้ จนกระทั่งบางทีอาจเกิดภาวะความเป็นกรดภายในร่างกาย ทำให้ออกสิเจนในเลือดลดลง ทำให้ตัวอ่อนได้ออกสิเจนไม่เต็มกำลัง ด้วยเหตุว่ามีแม้กระนั้นของเสียในอยู่ร่างกาย ระบบร่างกายล้มเหลว
การที่แม่อ้วก น้ำย่อยและเกลือแร่ต่างๆในกระเพาะก็จะออกมาด้วย ด้วยเหตุว่ามูลเหตุก็คือรับประทานอะไรมิได้เลยเหม็นไปหมด กระทั่งแม่หมดแรงด้วยเหตุว่าระบบภายในร่างกายไม่สมดุล เกิดโทษต่อแม่รวมทั้งลูกได้ ในตอน 3 เดือนแรก หากแม้ม่าม้าจะแพ้ท้องกระทั่งเกือบจะรับประทานอะไรมิได้
แต่ว่าร่างกายจะมีสต๊อกของกินไว้ให้ลูกพอเพียง แม้กระนั้นถ้าหากเลย 3 เดือนไปแล้วม่าม้ายังแพ้มากมายๆเด็กทารกจะเริ่มไม่ได้รับอาหาร ซึ่งเป็นตอนๆที่ร่างกายเริ่มจะมีการผลิตอวัยวะต่างๆถ้าเกิดแม่แพ้หนักกระทั่งรับประทานอะไรมิได้เลย เด็กอาจมีภาวการณ์โภชนาการ เติบโตช้า สมองที่จะเริ่มสร้างก็ห่วยไปด้วย
บางทีอาจจะมีผลต่อเด็กเมื่อเติบโตขึ้น การพัฒนาบางทีอาจจะชักช้ากว่าเด็กคนอื่นๆที่เกิดมาโดยธรรมดา แต่ว่ามั่นใจว่าถ้าหากเด็กโตขึ้น ร่างกายบางทีอาจปรับภาวะได้ แล้วพัฒนาการต่างที่บริบูรณ์ก็จะตามมาเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *