หนีร้อนไปหารัก..ที่ริมทะเล

มีแต่คนบอกว่าถ้าอกหักให้ไปเที่ยวทะเลแล้วทะเลจะช่วยเยียวความเสียใจทุกสิ่ง คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่ที่เคยได้ยินแบบนั้นหรือเชื่อในสิ่งที่เขาได้พูดกันมาหรือไม่ หากคุณเคยได้ยินหรือไม่เชื่อในเรื่องแบบนี้ ก็อยากให้ลองมาสัมผัสกับทะเลในประเทศไทยทั้งทางฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ไม่จำเป็นต้องอกหัก เศร้าเสียใจก็สามารถมาเทียวได้ทุกอารมณ์ความรู้สึกที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ และสิ่งที่คุณได้รับกลับไปหลังจากได้มาเที่ยวทะเลไทยแล้วนั้น รับรองว่าไม่ใช่ความรู้สึกวันแรกที่คุณมาอย่างแน่นอน

ทะเลในประเทศไทยนั้นเป็นทะเลที่มีความหลากหลายของธรรมชาติ และเป็นทะเลที่มีความอุดมสมบรูณ์อยู่มาก จึงทำให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวดำน้ำดูปะการังในทะเลไทยบ้านเรา แล้วเราคนไทยทำไมถึงไม่หันมาเที่ยวไทยกันล่ะครับ เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศและเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในชุมในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆให้มีรายได้อีกด้วย วันนี้ผมจะพาไปรู้จักทะเลของประเทศไทยกันครับว่ามีที่ไหนบ้างที่เป็นที่นิยมและได้รับความสนใจจะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

1.เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเยอะแยะมากมาย การเดินทางไปเกาะเสม็ดนี้จะต้องมีการนั่งเรือต่อเข้าไปยังตัวเกาะด้วย บริเวณภายในตัวเกาะก็จะมีชายหาดที่เงียบสงบน้ำใสทะเลสะอาดเม็ดทรายขาวละเอียด แบบนี้ไงล่ะครับถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของชาวต่างชาติและชาวไทยเป็นอย่างมาก และภายในเกาะเสม็ดนั้นก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น อ่าวพร้าว อ่าวกิ่วหน้าใน อ่าวไผ่ อ่าวกลาง เป็นต้น

2.หาดสุรินทร์ จังหวัดภูเก็ต

เป็นชายหาดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากมีเม็ดทรายขาวละเอียด เงียบสงบน้ำใส เป็นชายหาดที่อยู่ติดกับเชิงเขา ทำให้อากาศนั้นไม่ร้อนมาก แต่หาดสุรินทร์หากอยู่ในช่วงมรสุมไม่ควรลงเล่นน้ำ เนื่องจากเป็นชายหาดที่มีความลาดชันละอยู่ติดกับภูเขาทำให้เป็นช่องลมจึงทำให้คลื่นทะเลนั้นแรงเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเหมาะแก่การมาเล่นในช่วงฤดูร้อนเพราะไม่มีฝนตก

3.หาดทรายแดง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เป็นชายหาดที่อยู่บนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงของชาวต่างชาติเป็นอย่างมากและหาดทรายแดงเป็นชายหาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นก็คือ เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายเป็นสีแดง แต่น้ำนั้นใสเป็นสีฟ้าเรียกได้ว่าหาดูได้ยากมากๆ และหาดทรายแดงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นหาดที่อยู่ติดกับเกาะฉลามเป็นเกาะที่เป็นจุดดำน้ำของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

4.หาดริ้น จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เรียกได้ว่าเป็นหาดที่มีชื่อเสียงดังไปไกลทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นหาดที่นักปาร์ตี้ทุกคนต้องห้ามพลาดคืนมีการจัด Full Moon Party ที่หาดกันทุกเดือน หากคุณเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวดื่มกินยามราตรีห้ามพลาดเลยล่ะครบที่จะเที่ยวที่หาดริ้น

การต่อยอดของยุทธศาสตร์พลังหนุ่มของทีมอังกฤษ

หลังจากยุทธศาสตร์การทำทีมด้วยแผนพลังหนุ่ม ถือว่าประสบความสำเร็จได้สูงเกินคาดสำหรับทีมฟุตบอลทีมชาติอังกฤษในผลงานฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ผ่านมา  ที่แน่นอนว่าน่าจะติดใจและมั่นใจต่อการปูรากฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งนับจากนี้ต่อไปการเลือกเด็กรุ่นใหม่ลงสนามแม้ในเกมเล็กๆก็อาจมิใช่เป็นสิ่งที่จะถูกมองว่าเป็นงานแทนของนักเตะตัวหลักอีกต่อไป  เพราะนับจากนี้ในทุกเกมทุกนัดของทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นการค้นหานักเตะรุ่นใหม่ที่กระแสของแฟนๆจะให้การสนใจและเพ่งเล็งไปกับเกมทุกนัด

เพราะนอกจากจะเป็นโครงสร้างยุทธศาสตร์การทำทีมที่ให้ผลลัพธ์น่าสนใจแล้ว ยังมีผลในเรื่องของประสิทธิภาพที่จะพัฒนายิ่งขึ้นจากนักเตะอายุน้อยที่ยังเสริมฝีเท้าได้อีกมาก ได้อย่างชวนหวังไกลถึงถ้วยแชมป์ในบอลโลกครั้งหน้า และที่สำคัญในขณะนี้บรรดานักเตะเดิมต่างล้วนได้รับความมั่นใจมามากเต็มเปี่ยม พร้อมจะทุ่มเทพัฒนาฝีเท้าทะลุความสามารถไปอีกขั้น

อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าแผนทำทีมในลักษณะนี้มิใช่จะสำเร็จได้ในทุกทีมชาติ มีหลายทีมชาติที่ล้มเหลวไปกับการใช้ยุทธศาสตร์นี้ก็มีไม่น้อย ซึ่งความหลักแหลมในการคัดตัวและแมตช์กับแผนการเล่นและระบบการทำทีมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสำเร็จผล

ล่าสุดในการเตรียมทีมเข้าแข่งขันศึกเนชั่นส์ลีก ได้มีการเพิ่มนักเตะเข้ามาในทีมที่น่าจับตาอีกสามราย ประกอบไปด้วย  เมสัน เมาท์ และจาดอน ซานโซ่ และ เจมส์ แมดดิสัน  ซึ่งแต่ละคนมีดีกรีการเล่นที่น่าจับตา  ทั้ง เจมส์ แมดดิสัน กองกลางวัย21ปี ของเลสเตอร์ ที่มีฟอร์มการเล่นดีวันดีคืน หรือ จาดอน ซานโซ่ ที่มีอายุเพียง18ปี แต่กำลังยกระดับเป็นถึงดาวรุ่งของทีมโบรุสเซีย ดอร์ท มุนด์  และเม สันเมาท์ วัย19ปีที่แม้จะเป็นผู้เล่นยืมตัวมาจากเชลซีเล่นให้กับสโมสรเล็กๆอย่าง ดาร์บี้ เคาท์ตี้ แต่ก็สามารถงัดฟอร์มอันโดดเด่นน่าจับตาขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม

และน่าจับตาเป็นอย่างยิ่งว่า เจมส์ แมดดิสัน น่าจะสามารถจ่ายบอลได้อย่างเข้าขาให้กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ผู้เล่นดาวเด่นของทีมชาติอังกฤษรุ่นใหม่ซึ่งมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้วจากถิ่นเลสเตอร์ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามสำหรับสิ่งที่ดูจะเสริมพลังของอนาคตการทำทีมยิ่งขึ้นไปอีก นั่นก็คือจากบทเรียนและวีรกรรมที่ผ่านมา ส่งผลให้บรรดาแฟนบอลให้ความเข้าใจกับการอดทนรอคอย  ไม่คาดหวังปุบปับว่าจะมีผู้เล่นที่โชว์ความหวือหวาเป็นฮีโร่ซุปเปอร์สตาร์  แต่ใจเย็นพอที่จะอุ่นใจไปกับลำดับการอัพเกรดของผู้เล่น  และเริ่มพากันให้ความสำคัญกับเรื่องของภาครวม ระบบทีมเวิคร์ และความฟิตของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อมีการผนึกกำลังกันของนักเตะในวัยหนุ่ม ซึ่งเห็นผลลัพธ์กันมาแล้วว่าเวิคร์เพียงใด

ข้อแตกต่างของแมวเปอร์เซียเมื่อเทียบกับแมวไทย

สำหรับคนรักแมวที่นึกอยากจะลองเลี้ยงแมวดูซักตัวในบ้าน แต่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลี้ยงแมวไทยหรือแมวต่างประเทศดีอาจจะสร้างข้อลังเลได้ไม่น้อย

ซึ่งสำหรับคนทั่วไปอาจจะเคยได้ยินมาว่า วิธีการเลี้ยงนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนกับแมวไทยเลย

คำถามเกี่ยวกับความคิดนี้มีมากมายบนโลกโซเชียล สำหรับคนที่อยากจะเป็นทาสแมว แต่เลือกไม่ถูก เราจะขอนำเสนอ ความแตกต่างการดูแลระหว่างการเลี้ยงแมว ไทยธรรมดา กับ แมวแมวเปอร์เซีย มาให้ผู้อ่านได้ตัดสินใจกัน

เริ่มแรกขอกล่าวถึงความเป็นมาของแมวเปอร์เซียก่อน ซึ่งเดิมทีนั้นก่อนจะเข้ามาสู่บ้านเรา แมวเปอร์เซีย มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แถบเปอร์เซีย และ ฝั่งอิหร่าน ด้วยความน่ารักและสง่างามของแมวเปอร์เซีย จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากทั้งในทางฝั่ง ยุโรปและอเมริกา  แต่แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป แมวเปอร์เซียเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายกันมากขึ้น มีการนำเข้าไปยังประเทศต่างๆและขยายการเพาะพันธ์เพื่อจำหน่าย

ทั้งนี้ยังเคยมีการอ้างอิงถึงบันทึกหลักฐาน บรรพบุรุษแมวเปอร์เซียตัวแรก  อันมีมานานกว่า 1,684 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งมีเนื้อหา เกี่ยวกับการนำเข้าแมวตัวหนึ่งที่มีลักษณะขนสีเทา จากเมือง โคราซาน ประเทศเปอร์เซีย เพื่อนำเข้ามายังฝั่งทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก

ลักษณะพิเศษของแมว เปอร์เซีย เป็นแมวที่มีลำตัวใหญ่ เท้ามีความอวบใหญ่ หัวกลมกว้าง แม้จริงแล้วเมื่อสัมผัสกระโหลกโดยไม่ถูกลวงจากความฟูของขนตรงบริเวณหัว จะมีขนาดค่อนข้างเล็กกว่าภาพผิวเผิน อีกทั้งยังมี ลำคอสั้น ขนฟูฟ่องเป็นพิเศษ

ด้านอุปนิสัยของแมวเปอร์เซียนั้นก็ค่อนข้างจะแตกต่างกับแมวบ้านเรา หากเทียบกันแล้ว แมวไทยนั้นจะส่งเสียงร้องอ้อนในการสื่อสารกับเรา เยอะกว่าแมวเปอร์เซีย ที่มีนิสัยเงียบและจะร้องต่อเมื่อจำเป็น แต่จะใช้ลักษณะท่าทางในการแสดงออกมากกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการความสงบ เว้นแต่แมวเปอร์เซียบางตัวจะได้รับการปฏิบัติให้ร้องอ้อนเก่งก็สามารถเป็นเรื่องที่ฝึกฝนได้

แต่ถ้าหากให้เทียบถึงความซื่อสัตย์รักเจ้านายแล้วละก็ ชื่อเสียงของแมวไทยอาจดูจะโดดเด่นมากกว่า

และหากเทียบกันในวัยเด็ก แมวทั้งสองพันธุ์ในวัยเด็กจะ มีนิสัยความซน ติดตัวมาคล้ายๆกันตามภาษาเด็ก ชอบวิ่งเล่นไปมา สงสัยและสำรวจสิ่งใหม่ๆในแต่ละวัน แต่สิ่งที่ต่างกันเลยคือการดูแล  ซึ่งในแมวเปอร์เซียนั้นแตกต่างตรงที่ไม่สามารถจัดการกับคราบอุจจาระบริเวณก้นได้ เนื่องจากมีขนที่ยาว จึงทำให้เวลาขับถ่ายจะมีคราบติดเต็มตามก้น ไม่น่าดูนักหากขาดการใส่ใจดูแล จึงต้องพึ่งพามนุษย์อย่างเรา คอยช่วยทำความสะอาด ชำระล้าง โดยถ้าหากผ่านช่วงวัยเด็กไปได้ก็จะสามารถจัดการกับเรื่องนี้เองได้โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของ

ในวัยโตแมวไทยจะมี ความกระตือรือร้นและความคล่องแคล่วรวมถึงความสามารถที่มีมากขึ้นอย่างทวีคูณ แต่แมวเปอร์เซียนั้น อาจจะมีไม่มากเท่าแมวไทยซักเท่าไหร่ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะค่อนข้างอุ้ยอ้ายมี การตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่อาจจะสู้แมวไทยไม่ได้ แต่สิ่งที่มันเอกลักษณ์โดดเด่นไปจากแมวไทยนั่นก็คือ มันเป็นพวกรักสงบ(โดยส่วนใหญ่) ไม่ค่อยล่าเหยื่อและจะไม่ค่อยออกไปเที่ยวไกลทั้งวี่ทั้งวันเหมือนแมวไทย

ซึ่งแมวเปอร์เซียส่วนใหญ่มักจะอยู่ในระแวกบ้าน หาที่เย็นๆนอน แล้วก็กินเดินไปมา อยู่เป็นเพื่อนกับคนทำตัวน่ารักชวนอุ้มได้อยู่เสมอ