fifa55ไม่น่าซื้อตั้งแต่ทีแรก

ในตอนม.ค.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์ที่กำลังจะหมดสัญญากับสังกัดเดิมข้างหลังจบฤดูที่แล้ว ซึ่งมันทำให้นักฟุตบอล 2 คนมีชื่อเสียงกล่าวสามารถพูดจาหาสังกัดเดิมใหม่ได้โดยทันทีตามกฏบอสแมน ถ้ากระทำตกลงกันได้ก็จะย้ายไปร่วมกลุ่มในตอนปิดฤดูในทันที ซึ่งนักฟุตบอล 2 คนซึ่งก็คือเมซุต โอสิล เพลย์เมคเกอร์ชาวเยอรมัน รวมทั้งอเล็กสิส ซานเชซ ปีกกลุ่มชาติประเทศชิลีซึ่งเป็นfifa55นักฟุตบอลของอาร์เซน่อลร่วมกันทั้งสอง แล้วก็อยู่ในวัย 29 ปีเช่นกันอีก ทำให้อาร์เซน่อลได้โอกาสเสียหายอย่างมาก แม้นักฟุตบอลอีกทั้ง 2 คนไม่ยินยอมตกลงที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม ซึ่งในที่สุดแล้วกลุ่ม“ปืนใหญ่” จัดว่าทำเป็นเยี่ยมที่สุดทีเดียว เมื่อพวกเขาไม่ต้องเสียคนไหนกันออกมาจากกลุ่มไปแบบฟรีๆแม้กระทั้งรายเดียว โดยในรายของเมซุต โอสิล ก็สามารถมาตกลงข้อตกลงฉบับใหม่กันได้ท้ายที่สุด แล้วก็ได้แปลงเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าเหน็ดเหนื่อยแพงที่สุดในกลุ่มอีกด้วย
ส่วนอีกรายก็คืออเล็กสิส ซานเชซ ที่สุดด้านหลังรวมทั้งได้ทำเปลี่ยนตัวกับเฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมคเกอร์กัปตันกลุ่มชาติอาร์เมเนียกับทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ก็ต้องการจะโละออกมาจากกลุ่มพอดิบพอดี เนื่องด้วยนักฟุตบอลอยู่ในตอนฟอร์มหลุดอย่างมาก ซึ่งตอนต้นดูเหมือนจะเป็นดีลที่วินๆร่วมกันทั้งยัง 2 ข้าง แต่ว่าแม้มองจากเหตุการณ์อันที่จริงแล้ว อาร์เซน่อลเป็นกลุ่มที่เห็นผลคุณประโยชน์เยอะที่สุดเวลานี้ เนื่องจากว่าแมนชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่จำเป็นเลยที่จะจะต้องรีบดึงตัวดาวเตะเลข 7 รายนี้มาร่วมทีมตอนนั้น เพราะเหตุว่าอเล็กสิสก็จัดแจงจะหมดสัญญาอยู่แล้ว รวมทั้งพวกเขาสามารถเซ็นต์ข้อตกลงได้แบบไม่เสียค่าจ้าง ทั้งเหตุการณ์ของกลุ่มในขณะนั้นก็มิได้ใกล้เคียงที่จะได้โอกาสเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอะไรด้วย
และก็เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือโชเซ่ มูรินโญ่ที่คุมกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มิได้มีปัญหากับการใช้แรงงานนักฟุตบอลในตำแหน่งตัวรุกทางฝั่งซ้ายที่อเล็กสิส ซานเชซถนัดอะไรเลย มิหนำซ้ำกลุ่มยังมีตัวเลือกในตำแหน่งนั้นมากมายก่ายกอง อีกทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวรุ่งกลุ่มชาติอังกฤษ และก็อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล ดาวเตะชาวประเทศฝรั่งเศสที่ในขณะนั้นก็ยังทำผลงานก้าวหน้าอยู่ ซึ่งการมาของสมัยก่อนนักฟุตบอลของอุดิเนเซ่ และก็บาร์เซโลน่ารายนี้ทำให้ปิดโอกาสกับ 2 นักฟุตบอลดาวรุ่งที่กำลังปรับปรุงฝีเท้าอีกด้วย ทั้งยังค่าแรงงานของอเล็กสิสก็ฟีฟ่า55แพงอย่างมากมาย ซึ่งนับว่าเป็นดีลที่ล้มเหลวเป็นอย่างยิ่งสำหรับอเล็กสิส ซานเชซ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เซร์คิโอ รามอส กับวิถีที่ไม่ยอมหยุดความรุนแรง

ยังคงอยู่ในแนวทางที่ก้าวร้าวเถื่อนดิบต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดรา  สำหรับ เซร์คิโอ รามอส ผู้เล่นแห่งแดนกระทิงดุที่ก่อวีรกรรมมาแล้วมากมายไม่ว่าจะได้รับเสียงติติงโจทย์จันเพียงใดหรือสะสมสถิติผู้เล่นใบแดงในอัตราสูงแค่ไหน แต่ดูท่าว่านักเตะรายนี้ยังคงนิยมสไตล์การเล่นแบบของตนต่อไป แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่านั่นไม่ใช่ยุทธวิธีและสไตล์การเล่น แต่มันคือวิธีป่าเถื่อน ไร้สปิริต ทำตัวเสมือนอยู่ในกีฬาโชว์มวยปล้ำที่กระหน่ำเล่นนอกเกมเพื่อให้ชนะ

เซร์คิโอ รามอส คือหนึ่งในเตะที่ถูกจับตาเอาผิดเป็นอย่างมากในยุคนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก่อเหตร้ายๆมาหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น จังหวะการเข้าปะทะกับโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ผู้เล่นชาวอียิปต์ จนถึงกับได้รับบาดเจ็บ หรือจังหวะกระแทกใส่ผู้รักษาประตู ลอริส คาริอุส จนถึงขั้นมีอาการได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง และล่าสุดยังมีการเล่นตุกติกนอกเกมอย่างน่ารังเกียจ ด้วยการเดินไปเหยียบขาผู้เล่นของแมนซิตี้กันแบบดื้อๆ

ซึ่งจากที่ไม่ว่าใครกำลังจะเชื่อว่าฟุตบอลในโลกยุคใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีย้อนภาพวีเออาร์มาใช้ จะสามารถหยุดค่านิยมเก่าๆของบรรดานักเตะที่คุ้นชิน หรือแม้กระทั่งมีทัศนคติผิดๆนิยมการเล่นตุกติกนอกเกม  ในแบบเก่าๆ  จะไม่สามารถนำมาพฤติกรรมเหล่านั้นมาใช้ได้อีก แต่ที่ไหนได้มันยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้ง พฤติกรรมของ เซร์คิโอ รามอสได้

อีกทั้งสถิติใบแดงใบเหลือง ไม่ว่าจะแบนหรือไล่ออกจากสนามไปกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถหยุดนิสัยของนักเตะรายนี้ได้เลย

โดย เซร์คิโอ รามอส เคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขามีความชื่นชอบ ใฝ่ฝันอยากจะเป็น มาร์ทาดอร์ หรือนักสู้วัวกระทิงมาตั้งแต่เล็ก แต่ทางครอบครัวได้ห้ามเพราะมันเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมากเกินไป ซึ่งกระนั้นก็ตาม เซร์คิโอ รามอส ยังคงชื่นชอบและแว่บไปฝึกฝนทักษะการเป็นมาร์ทาดอร์อยู่เสมอ และตัวเขาเองยังพยายามจะประยุกต์มาใช้กับฟุตบอลอีกด้วย  รวมถึงผู้เล่นฟุตบอลที่เป็นไอดอลของเขาแต่ละราย ล้วนเป็นผู้เล่นที่มีฟอมร์ดิบเถื่อนชอบเข้าปะทะรุนแรงแทบทั้งสิ้น และมันบ่งชี้ให้เห็นว่า เซร์คิโอ รามอส แทบจะมองการตุกติกต่างๆเป็นเรื่องของแทคติคที่มีศาสตร์และศิลป หนำซ้ำตลอดช่วงเวลาที่เขาได้เล่นร่วมกันกับเปเป้  ที่มีดีกรีความรุนแรงระดับแถวหน้าของโลกด้วยกันแล้ว ยิ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไม เซร์คิโอ รามอส จึงยังไม่ปรับเปลี่ยนทัศนคติการเล่น

อย่างไรก็ตามไม่ว่าวิถีของเขาอาจจะมีคนบางกลุ่มชื่นชอบ หรือแม้แต่เจ้าตัวจะทรนงว่าเป็นสไตล์ของตนเอง  แต่สิ่งที่เขาทำนั้นมันคือสิ่งที่ไม่ใช่เพียงนอกเกมแต่ยังถึงขั้นเสี่ยงต่อการดับ อนาคตความฝันความหวัง ของนักฟุตบอลคนอื่นๆ  สิ่งที่เขาทำนั้นมันเสี่ยงต่อการทำลายร่างกายผู้อื่นให้ต้องจบอาชีพนักบอล  จนถึงขั้นบิดาของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ยังพยายามจะแจ้งความดำเนินคดีทางอาญามาแล้ว

 

“บากาโยโก้” กู่ไม่กลับ

หลังจากที่เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งฟุตบอลอาชีพกับทีมแรนส์ได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางร่างใหญ่ก็ได้ย้ายไปร่วมทีมโมนาโกด้วยค่าตัวประมาณ 7 ล้านยูโรในช่วงเดือนกรกฏาคมปี 2014 ในยุคการคุมทีมของเลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม กุนซือหนุ่มชาวโปรตุกีส ที่ก็เข้ามารับงานในช่วงนั้นพอดี ซึ่งฟอร์มการเล่นของเขาก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนได้กลายเป็นตัวหลักของโมนาโกในฤดูกาล 2016-2017 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในตำแหน่งกองกลาง โดยได้เล่นร่วมกับฟาบินโญ่ และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ตัวรุกชาวโปรตุเกสคอยเสริม ซึ่งสุดท้ายโมนาโกก็กลายเป็นแชมป์ลีก เอิงได้สำเร็จในฤดูกาลนั้น ทำให้นักเตะหลายคนในทีมชุดนั้นได้รับความสนใจจากหลายสโมสรททั่วยุโรป ทั้งคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งก็ได้ย้ายไปทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงหลังจากจบฤดูกาลนั้น ส่วนแบ็งฌาแม็ง เมนดี้ และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็ได้ย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งติเอมูเอ้ บากาโยโก้ก็เช่นกัน ที่สุดท้ายก็ได้ย้ายไปร่วมทีมเชลซี ทีมยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนของอังกฤษในยุคการคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

แต่นับจากที่พาโมนาโกคว้าแชมป์ลีก เอิงได้สำเร็จ ฟอร์มการเล่นของกลางวัย 24 ปีก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และยังไม่สามารถเล่นด้วยฟอร์มเหมือนดังเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนได้เลย โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วกับเชลซี เขาก็ได้รับโอกาสให้ลงสนามอยู่บ่อยครั้งในช่วงแรกๆ โดยเขาเป็นตัวตายตัวแทนของเนมานย่า มาติช กองกลางทีมชาติเซอร์เบีย ที่ทีมตัดสินใจปล่อยไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ว่าบากาโยโก้ไม่สามารถทดแทนมาติชได้เลย และทำให้ภาระหนักตกไปอยู่กับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางที่วิ่งตัดเกมตลอด และสุดท้ายเขาก็ต้องหลุดจากตำแหน่งตัวจริงไปตั้งแต่ช่วงกลางฤดูกาล และถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ยังไม่ได้โอกาสอยู่ดี จนทำให้เขาต้องถูกปล่อยไปให้กับเอซี มิลานยืมตัวไปใช้งาน 1 ฤดูกาลพร้อมออปชั่นซื้อขาดหากพอใจผลงาน

กับเอซี มิลานในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เลย โดยมักได้ลงสนามเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ แถมพอได้โอกาสลงสนามไปแล้ว ทีมมักจะรวนเป็นประจำ จนทำให้ทีมมีผลการแข่งขันที่ไม่ดีเวลาที่เขาลงสนามด้วย จนทำให้มีข่าวลือว่าเอซี มิลานเตรียมส่งกลับคืนให้เชลซีในเร็ววันนี้แล้วด้วย

 

2 สิ่งที่มูรินโญ่ต้องรีบแก้ไขที่สุดในการดึงปีศาจแดงขึ้นสู่หัวตาราง

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรยักใหญ่จากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นในตอนนี้กำลังน่าเป็นห่วง โดยปีศาจแดงลงสนามในพรีเมียร์ลีก ไปแล้วทั้งหมด 7 เกมแต่กลับแพ้ไปถึง 3 เกมด้วยกัน หลายฝ่ายมองว่าอาจจะเป็นปัญหามาจากการคุมทัพของมูรินโญ่ ทำให้มูรินโญ่ในตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่งกุนซือของปีศาจแดง ดูเหมือนว่ามูในตอนนี้จะต้องแบกรับแรงกดดันพอสมควร แต่ก็ยังมีแฟนบอลผีอีกหลายคนที่อยากจะให้โอกาสมูรินโญ่ ซึ่งวันนี้จะลองมาพูดถึงปัญหาที่มูรินโญ่กันว่าอะไรบ้างที่จะเป็นปัจจัยส่งผลให้มูรินโญ่ได้อยู่คุมต่อในโอดล์ แทร็ฟฟอร์ด

1.ตำแหน่งปีกซ้ายของปีศาจแดง ที่ก่อนหน้านี้มูรินโญ่เลือกที่จะมอบโอกาสให้กับอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด ผลัดกันลงสนามเป็นตัวจริง แต่หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ทางด้านของอเล็กซิส ซานเชา เข้ามาร่วมทัพเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มูรินโญ่ก็เลือกที่จะมอบตำแหน่งปีกซ้ายให้กับ อเล็กซิส ซานเชส แต่อย่างไรก็ตามอาจจะไม่ใช่ตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดมากนัก ก่อนหน้านี้อเล็กซิส เล่นในตำแหน่งของกองหน้าซึ่งเจ้าตัวก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ฉะนั้นการที่มูรินโญ่จับอเล็กซิส ซานเชสมาไว้ริมเส้นอาจจะไม่ใช่ทางออก หลายคนจึงเห็นได้ว่าซานเชสไม่สามารถแสดงฝีมือออกมมาได้เหมือนอย่างทุกครั้ง

2.เรื่องของปัญหาภายในทีม การที่มีปัญหากันเองภายในสโมสรย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีโดยก่อนหน้านี้โชเซ่ มูรินโญ่ตกเป็นประเด็นร้าวฉานกับทางด้านของ มาร์กซิยาลและป็อกบา ดูเหมือนว่าปัญหาดังกล่าวค่อนข้างที่จะร้ายแรงถึงขั้นแตกหักเลยก็ว่าได้ ประเด็นที่ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเป็นอย่างมากน่าจะเป็นประเด็นล่าสุดที่มูรินโญ่ตัดสินใจที่จะปลดปอล ป็อกบาออกจากตำแหน่งของรองกัปตัน เนื่องจากทางมูรินโญ่ให้เหตุผลว่าป็อกบาเดินมาพูดกับตนเองว่าอยากที่จะย้ายออกไปค้าแข้งอยู่กับบาร์เซโลน่า นั่นเป็นเหตุผลที่มูรินโญ่ตัดสินใจที่ปลดนักเตะที่ไม่มีใจจะเล่นให้กับปีศาจแดง ออกจากตำแหน่งรองกัปตันทีม

อย่างไรก็ตามถ้าหากว่ามูรินโญ่ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้นั้นอาจจะทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ จะต้องพ้นออกจากตำแหน่งของผู้จัดการทีมของแมนฯยู ซึ่งแน่นอนว่าแมนฯยูก็มีประเด็นกับโค้ชใหม่อยู่หลายคนเหมือนกันหนึ่งในนั้นก็คือ ซีเนดีน ซีดาน อดีตผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริดที่ล่าสุดก่อนจะลาออกจากการคุมบังเหียนราชันชุดขาวก็พึ่งพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครอง แต่ถ้าหากว่ามูรินโญ่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เชื่อว่าแมนฯยูอาจจะกลับขึ้นสู่อันดับในหัวตารางได้อีกครั้ง